เพราะเหตุใดควรเลือกเฟ้นบริการทำความสะอาดของที่นี้

การกรองใช้บริการทำความสะอาด จาก Cleaning Solution ถือเป็นการตัดสินใจที่แม่นยำและคุ้มค่า  เนื่องจากว่าท่านจะรับประโยชน์หลายอย่าง ทั้งสามารถที่จะทุ่นเวลา พร้อมกับทรัพยากรของท่าน  โดยที่ท่านสามารถนำระยะเวลาที่สำคัญของท่านมุ่งเน้นไปยังการจัดการธุรกิจการค้าหรืองานอาชีพของท่าน อย่างเต็มที่  โดยการกรองเอาท์ซอร์ทที่มีความช่ำชองงานโดยเจาะจงทางด้านชำระล้างมาดำเนินงานแทน จึงดีและคุ้มค่ากับหน่วยงานของท่านเป็นอย่างมาก

การประหยัดรายจ่ายคงเป็นเหตุอันเดียว ที่ท่านจะเริ่มแรกการจ้างวานบริษัททำความสะอาด ในขณะการจ้างเสมียนชำระล้างเองจะมีทุนที่สูงกว่า ไม่ว่าจะเป็นรายจ่ายด้านผู้ใช้แรงงาน อุปกรณ์ เครื่องจักรกล ค่าบำรุงรักษา น้ำยาเคมีหลากหลาย และเงินลงทุนแฝงอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงการปรับปรุงฝึกอบรมให้ผู้ปฏิบัติงานอีกด้วย

การจ้าง บริษัททำความสะอาดจะช่วยเหลือให้คุณสามารถดูแลค่าใช้จ่ายในการกระทำงานและงบประมาณที่มีอยู่อย่างเหมาะสม บริษัทได้ให้จุดสำคัญการทำธุรกิจทำความสะอาดดังนี้ เริ่มต้นจากการสร้างมาตรฐานที่เหนือชั้นกว่า และเป็นที่รับรู้ ต่อจากนั้นทำการคัดสรรเครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องจักร และน้ำยาทำความสะอาด ที่เข้ารูปที่สุด จากผู้สร้างมากมาย มุ่งมั่นการก้าวหน้าศักยภาพของพนักงาน และสร้างอนาคตบุคลากร ตลอดจนการรุดหน้าในอาชีพของผู้ปฏิบัติงานใครต่อใคร

บริการของ “คลีนนิ่ง โซลูชั่น” บริการประทิน คอนโดมิเนียม บริการทำความสะอาดอพาร์ทเมนต์ คอนโด พื้นที่ส่วนรวมทั้งหมดของคอนโดมิเนียมอยู่อาศัย ขัดพื้น ดูดฝุ่นผงพรม บริการทำความสะอาดบ้านพร้อมด้วยที่อยู่

เครื่องไม้เครื่องมือข้างในการทำงาน พร้อมด้วยสกาด้า เทคโนโลยีที่ควรรู้จักมักจี่

สกาด้า คือระบบตรวจและพินิจพิเคราะห์ประกาศแบบ Real-time ใช้ในการตรวจทานระดับตลอดกระทั่งถึงคุมงานการของระบบสั่งการในอุตสาหกรรมพร้อมทั้งงานวิศวกรรมนานา ดังเช่น งานด้านโทรการติดต่อสื่อสารติดต่อ การน้ำประปา การรักษาน้ำเน่า การจัดการด้านแรงงาน อุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมันรถพร้อมกับก็าซ อุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมประกอบรถยนต์ การคมนาคม วิธีการนิวเคลียร์ในโรงกระแสไฟฟ้าฯลฯ แบบอย่างการใช้งานเช่นใช้ สกาด้า ตรวจทานประกาศเช่นการรั่วของเป็นน้ำที่เกิดขึ้นภายในท่อขนส่งจากตัวตรวจแล้วส่งสัญญาณแจ้งเตือนให้บุคลากรเข้าใจ โดยส่งข่าวคราวสู่ศูนย์กลางของระบบ สกาด้า เป็นต้น

นอกจาก สกาด้า อาจทำหน้าที่คำนวนและวัดผลประกาศที่ได้จากฮาร์ดแวร์มากมาย เช่น PLC, Controller, DCS, RTU แล้วแสดงข้อมูลทางจอ หรือบอกสัญญาณคุมฮาร์ดแวร์ดังกล่าวข้างต้น เช่นหากอุณหภูมิของเครื่องไม้เครื่องมือสูงเกินพิกัด ให้ทำการปิดอุปกรณ์นั้นฯลฯ โดยควบคุมผ่าน PLC หรือ Controller ที่ติดต่อสื่อสารอยู่ เช่นนี้ สกาด้า สามารถเก็บสะสมข่าวคราวที่ได้จากระบบดูแลทั้งหมดไว้ในฐานประกาศเพื่อพนักงานหรือโปรแกรมอื่น ๆ สามารถใช้ประโยชน์งานได้ สกาด้า นั้นเข้าไปมีส่วนในงานควบคุมทั้งเล็กและใหญ่ที่ต้องการปรากฏผล แลกเปลี่ยนข่าวคราว ไม่ก็คุมระบบมากมาย จากส่วนรวม เพื่อจะหน้าที่ของระบบรวมที่ผูกพันกัน แลเห็นทั้งหมดได้อย่างชัดแจ้งและมีความว่องไวต่อสภาวการณ์นานา ที่บังเกิด ระบบ สกาด้า ในยุคปัจจุบันมีทักษะในการติดต่อสื่อสาร คุม และวัดผลข่าวจาก I/O ของเครื่องไม้เครื่องมือตัวอย่างเช่น PLC, DCS, RTU ได้ถึงลำดับชั้นที่เกินหนึ่งแสน I/O แล้ว และได้รับการคืบหน้าให้มีความเก่งกาจรองรับความปรารถนาสดๆ ร้อนๆ ของผู้ซื้อ อย่างไม่ขาดระยะโดยตลอด

เทคนิคการพูดขายสินค้า

เทคนิคการพูดขายสินค้า

ในชีวิตประจำวันของเรานั้น คงปฏิเสทไม่ได้ว่าการพูดนั้นเป็นพฤติกรรม ที่เราใช้สื่อสารออกไปมากเป็นอันดับ 2 รองจากการฟัง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราใช้สื่อออกไปมากที่สุด นอกจากฟังเสียงอื่นๆ แล้วสิ่งที่ฟังก็คือเสียงพูดนั่นเอง จะเห็นได้ว่า ในแต่ละวันเราต้องใช้การพูดตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน อีกครั้งไม่น้อยเลย ถ้าจะคิดปริมาณเป็นจำนวนตัวเลขก็คงได้จำนวนมากมาย

แต่หากจะกล่าวว่าการพูดสามารถสร้างเงินขึ้นมาได้ก็คงจะไม่ผิด แต่ก็ต้องมีหลักการในการพูดเช่นกัน เช่นหลักการพูดในการเสนอขายสินค้า

  1. สร้างเงื่อนไขให้รู้สึกว่าต้องรีบซื้อ

ถ้าลองสังเกตดู ลูกค้าส่วนมากที่ถามเยอะ คุยนาน มักจะไม่ซื้อสินค้า แต่อาจจะแล้วแต่ลักษณะของสินค้าเช่นกัน ถ้าสินค้าของคุณมีราคาแพงมากๆ ต้องใช้การตัดสินใจสูง อาจใช้วิธีบอกว่าสินค้าเหลือจำนวนไม่มากแล้ว หรือบอกว่าจะไม่นำสินค้าชิ้นนี้มาขายอีกแล้ว เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่านี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะซื้อสินค้าชิ้นนี้ และตัดสินใจซื้ออย่างรวดเร็วนั้นเอง

  1. บอกความเห็นของตัวเองที่มีต่อสินค้า

ใช้จังหวะช่วงที่ลูกค้ากำลังเงียบเพื่อตัดสินใจบอกความเห็นที่ตัวคุณมีต่อสินค้า เช่น บอกว่ามันเป็นสินค้าที่คุ้มค่า เพราะสามารถทำหลายอย่างได้ หรือจะยกเรื่องวัตถุดิบที่ใช้ผลิตมาประกอบเพื่อบอกว่าสินค้าชิ้นนี้ดียังไง

  1. ให้ของแถมเล็กๆ น้อยๆ

ถ้าสินค้าที่คุณพ่อค้าแม่ค้าขายมีราคาสูงมาก ก็เป็นไปได้ที่ลูกค้าจะรู้สึกลังเล เพราะจะต้องเสียเงินเยอะ เมื่อเป็นแบบนี้ คุณพ่อค้าแม่ค้าอาจจะจัดโปรโมชั่นพิเศษ ลด แลก แจก แถมสินค้าหรือของที่มีราคาต่ำกว่าสินค้าให้ไปด้วย ก็จะทำให้ตัดสินใจซื้อของลูกค้านั้นง่ายขึ้น

ธุรกิจส่งออก

%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81

หลายคนสนใจที่จะทำธุรกิจส่งออก แต่ทั้งนี้เราก็ควรที่จะรู้จักกับตลาดออนไลน์ที่ดีพอก่อน ประเทศไทยนั้นมียอดการส่งออก เมื่อเปรียบเทียบกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมด ในแต่ละปีอยู่ในอัตราที่สูงมาก คิดเป็น 80% ของ รายได้ประชาชาติ (GDP) เลยทีเดียว เพราะต่างชาติต่างรับรู้ว่า ฝีมือแรงงานไทยนั้นดี และราคาถูก ถึงแม้อาจจะไม่ถูกเท่า ประเทศเพื่อนบ้านของเรา อย่างกัมพูชา เวียดนาม หรือจีน แต่ก็คุ้มเมื่อเปรียบเทียบกับคุณภาพของงานที่ได้รับ อีกทั้งประเทศไทย ยังมีตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ที่ได้เปรียบ และดีที่สุดในภูมิภาค ASEAN เลยทีเดียว เพราะอยู่ตรงกึ่งกลางของภูมิภาค และมีทางออกทางทะเลทั้งสองด้าน นั่นคือ ฝั่งอ่าวไทย และฝั่งทะเลอันดามัน นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ ธุรกิจส่งออก เป็นธุรกิจที่น่าสนใจ และน่าลงทุนมากอีกธุรกิจหนึ่ง ที่สำคัญคือธุรกิจส่งออกจะโตได้อีกมากยิ่งขึ้น เพราะมีกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ของประเทศเพื่อนบ้าน เพราะประเทศเหล่านี้มักจะนำเข้าสินค้า จากประเทศไทย เข้าไปเป็นส่วนใหญ่ และพร้อมกับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจ ASEAN ด้วย ที่ทำให้ภาษีนำเข้า ที่เคยเกิดขึ้นก็หายไป จึงทำให้ธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง

เรามาดูกันว่าธุรกิจการส่งออกมีในรูปแบบไหนบ้าง เพราะธุรกิจการส่งออกนั้นมาอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน

  1. บริการขนส่ง หรือ Shipping

รูปแบบนี้ บางคนอาจจะมองว่า เป็นการจับเสือมือเปล่า เพราะใช้ประโยชน์จากการที่มีสินค้าขนส่งออกไปนอกประเทศไทยเยอะ ฉะนั้นถ้าเราขายพื้นที่ขนส่งสินค้าบนเรือ ก็คงจะดี ธุรกิจนี้จึงมักจะใช้เงินลงทุนที่ไม่สูง และเห็นคนเปิดธุรกิจนี้ได้ทั่วไป ส่วนใหญ่มักจะเคยอยู่กับบริษัท Shipping มาก่อน และดึงลูกค้า จากที่ทำงานเก่ามา ให้ใช้บริการกับตน

  1. ธุรกิจส่งออกผ่าน Internet

ธุรกิจส่งออกผ่าน Internet ธุรกิจนี้เป็นรูปแบบใหม่ ที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตั้งแต่การใช้ Internet ทั่วโลกแพร่หลาย ซึ่งก็เป็นธุรกิจ Internet รูปแบบหนึ่ง แต่เน้นไปที่ลูกค้าต่างประเทศ ที่มีกำลังซื้อสูงกว่าประเทศไทย ธุรกิจรูปแบบนี้เราอาจจะต้องทำ Website เป็นภาษาอังกฤษ หรือนำสินค้าไปขายใน Marketplace ต่างๆ เช่น eBay เป็นต้น

  1. ธุรกิจส่งออกทั่วไป

ธุรกิจส่งออกทั่วไป คือ ธุรกิจที่มีการผลิตสินค้าของตัวเอง หรือรับสินค้ามาจากบริษัทอื่น และอาศัยสายสัมพันธ์ กับบริษัทต่างชาติ ในการขายสินค้าส่งออกไปยังต่างประเทศ สิ่งสำคัญ คือ คุณภาพของสินค้าที่ส่งออกไปนั้น และการปฏิบัติตาม L/C (Letter of Credit) ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ออกโดยลูกค้า ที่ส่งผ่านมาทางธนาคาร

และนี้คือข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออก ที่หลายท่านอาจจะยังไปรู้ และกำลังหาข้อมูลอยู่ ไม่มีแนวคิดและแนวทางในการทำธุรกิจส่งออก

จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?

ahr0cdovl3axlmlzyw5vb2suy29tl21ulzavdwqvmtivnja1ndqvbwfrzs1tb25les1yzwfslwvzdgf0zs5qcgc-1

เรามาค้นหาคำตอบกันว่า มันมีอะไรบ้างที่จำเป็น สำหรับการเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัว สิ่งใดบ้างที่เป็นปัจจัยสำคัญ และขาดไม่ได้สำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ

ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่า มีแค่ไอเดีย ความรู้ และเงินทุน ก็พียงพอแล้ว แต่เราอยากให้คุณรู้ไว้ว่า มันยังมีอีก 2 อย่างที่มีความสำคัญ แม้จะไม่ถึงขนาดจำเป็นอย่างยิ่ง

แต่ก็ชี้เป็นชี้ตายให้ การเริ่มต้นธุรกิจของคุณได้ เปรียบได้ดั่ง การเปลี่ยนทางที่ขรุขระ และคดเคี้ยว เป็นทางด่วน ตัดตรงเข้าสู่ความสำเร็จเลยทีเดียว นั่นคือ สายสัมพันธ์ และโค้ช

  1. ความคิด (Idea)

“ทุกๆ ความสำเร็จ ทุกๆ ความร่ำรวยของเศรษฐีที่สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้เอง มีจุดเริ่มต้นมาจากไอเดียเล็กๆ” เป็นคำพูดของ Napoleon Hill นักเขียน และนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ ชาวอเมริกัน

เมื่อคุณอยากจะสร้าง ธุรกิจส่วนตัว คุณต้องคิดว่าจะทำธุรกิจอะไร วิธีที่ใช้สร้างไอเดียอย่างง่าย มีอยู่ 2 วิธี วิธีแรก คือ คิดว่าจะทำในสิ่งที่รักและถนัด เช่น คุณอาจจะรักการทำอาหาร และทำอาหารอร่อย ก็อาจจะคิดว่าจะทำธุรกิจร้านอาหารก็เป็นได้

และอีกวิธีหนึ่ง คือ คิดว่าจะสร้างคุณค่าบางอย่างที่คนอื่นๆ ยังมองไม่เห็น เช่น แถวบ้านยังไม่มีร้านสะดวกซื้อ คุณก็อาจจะคิดว่าจะเปิดเซเว่น สร้างความสะดวกให้คนแถวนั้น ก็เป็นการสร้างคุณค่าที่คนอื่นๆ ยังมองไม่เห็นอย่างนึง

  1. ความรู้และทักษะ (Knowledge and Skill)

“ทักษะและความมั่นใจ คือ กองทัพที่ไร้พ่าย” เป็นคำพูดของ George Herbert นักเทศน์ และบาทหลวง ชาวเวลส์

อาศัยแค่ไอเดีย กับความอยากทำธุรกิจ คงไม่สามารถขับเคลื่อนมันได้ คุณยังต้องมีทั้งความรู้และทักษะ ที่ใช้ในธุรกิจนั้นๆ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของคุณ

ซึ่ง ความรู้ หมายถึง สิ่งที่สามารถเรียนรู้ได้จากผู้อื่น อาจจะด้วยการคุยกับผู้รู้ หรืออ่านหนังสือ เช่น การทำบัญชีกำไรขาดทุน ส่วน ทักษะ หมายถึง สิ่งที่คุณเรียนรู้ได้ด้วยการลงมือทำ จนเกิดความเชี่ยวชาญ เช่น การหาทำเลทองเพื่อเปิดร้าน

  1. เงินทุน (Capital)

“มีหลายต่อหลายสิ่งที่เงินแก้ปัญหาได้” เป็นคำพูดของ Danny Boyle ผู้กำกับที่โด่งดังจากเรื่อง Slumdog Millionaire ชาวอังกฤษ

คงปฏิเสธได้ยาก ว่าเงินทุนไม่มีผลต่อการเริ่มต้นสร้างธุรกิจ ถ้าไอเดียของคุณไม่สุดยอดระดับพลิกโลกได้ เหมือนกับ Microsoft, Google หรือ Facebook ที่มีนายทุนมาลงทุนให้ตั้งแต่เริ่มต้นสร้างธุรกิจ

ฉะนั้นจะมากจะน้อย ไม่ว่าธุรกิจใดก็ตามคุณจำเป็นต้องมีเงินทุนในการเริ่มต้นธุรกิจ และมีเงินทุนบางส่วนที่เก็บไว้เป็นสายป่าน ในการยืนระยะหากธุรกิจคุณเกิดการติดขัดเรื่องการเงินขึ้น

  1. สายสัมพันธ์ (Connection)

“การสื่อความ และการสร้างสายสัมพันธ์ เป็นกุญแจที่จะเปิดประตูความสำเร็จของคุณ” เป็นคำพูดของ Paul J. Meyer นักธุรกิจ ชาวอเมริกัน

นอกเหนือจาก 3 สิ่งเบื้องต้น สายสัมพันธ์ ยังมีบทบาทสำคัญกับการสร้างธุรกิจของคุณ ถ้าคุณรู้จักคนที่ช่วยเหลือคุณได้ ในแง่มุมที่คุณไม่ถนัด การสร้างธุรกิจของคุณก็จะง่ายขึ้น เช่น คุณอาจจะมีไอเดียผลิตสินค้าที่สุดยอด ตอบโจทย์คนได้เป็นอย่างดีเลย

แต่คุณไม่ถนัดการขายและการนำเสนอสินค้า ถ้าคุณรู้จัก และมีสายสัมพันธ์กับบริษัทห้างร้านต่างๆ มันก็เป็นการง่ายที่ คุณจะนำสินค้าของคุณ ไปเสนอให้กับเค้า และให้เค้าช่วยขายสินค้าของคุณ

  1. โค้ช (Mentor)

“เด็กทุกคนจำเป็นต้องมีโค้ช จริงๆ แล้วทุกคนก็จำเป็นต้องมีโค้ช” เป็นคำพูดของ Donovan Bailey นักวิ่งเหรียญทองโอลิมปิค ปี 1996 ที่ Atlanta ชาวจาไมก้า

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ถ้าคุณเรียนรู้จากคนที่มีประสบการณ์ คุณย่อมหลีกเลี่ยงการลองผิดลองถูก ก่อนจะพบวิธีที่ใช้แล้วได้ผล การทำ ธุรกิจส่วนตัว ก็เช่นกัน คุณควรจะพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนที่มีประสบการณ์ หรือโค้ชในธุรกิจที่คุณอยากจะเริ่มสร้าง

โค้ชจะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และรู้ว่าจุดอ่อน จุดแข็งของธุรกิจอยู่ที่ไหน ไม่ต้องเสียเวลาไปลองผิดลองถูก และช่วยลดความเสี่ยงที่คุณจะล้มเหลวได้